fbpx

ข้อมูลที่จำเป็น! ในการเลือกซื้อแผ่นเสียง

 

Things You Should Know Before Buy Vinyl Records

เพราะแผ่นเสียง Album เดียวกันแต่อาจให้คุณภาพเสียงแตกต่างกัน

หลักง่ายๆ 2 ข้อ ในการเลือกซื้อแผ่นเสียงคือ

  • ซื้อแผ่นเสียงที่ผลิตในปีเดียวกัน (หรือใกล้เคียงที่สุด) กับปีที่ Album นั้นออกวางจำหน่าย
  • ซื้อแผ่นเสียงที่ผลิตในประเทศเดียวกันกับศิลปินนั้น เช่น The Eagles เป็นวงจากอเมริกา ก็ควรซื้อแผ่นของอเมริกา

ทีนี้จะรู้ได้อย่างไร?
ที่ร้านของเรา แผ่นเสียงเกือบทุกรายการจะมีข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการเลือกซื้อบ่งบอกไว้อย่างชัดเจน เช่น

  1. ปีที่ผลิต
  2. ประเทศที่ผลิต
  3. Catalog Number(Cat#) หรือเบอร์แผ่น สามารถใช้อ้างอิงข้อมูลเกือบทุกอย่างของแผ่นนั้นได้ (โดยนำ Number นี้ไปหาจาก discogs.com)
  4. อักษรย่อบน Dead Wax ซึ่งจะบอกถึง ชื่อของ Mastering Studio และ Cutting Engineer
  5. เทคนิคพิเศษที่ใช้ในขั้นตอนการผลิต เช่น Half Speed Mastered, Direct Metal Mastering (DMM), Direct to Disc, Translucent Audiophile Vinyl และอื่นๆ
  6. รูปถ่ายแผ่นจริงอย่างชัดเจน สามารถเห็นข้อมูลต่างๆ บน Label ได้

* ข้อมูลที่ใช้อ้างอิงจะมากจาก website ของ USA. ที่เชื่อถือได้หลายแห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก discogs.com

เหตุผลหนึ่งของการฟังเพลงจากแผ่นเสียง คือ เราต้องการเสียงเพลงแบบ Analogue, เสียงเพลงที่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกได้
ตรงกับความต้องการของ ศิลปิน เจ้าของผลงานมากที่สุด ซึ่งแน่นอนว่าต้องเป็นแผ่นเสียง First Issue (Original Issue) จึงจะตอบสนอง
ความต้องการนี้ได้ (ไม่ใช่เพียงแค่ได้แผ่นที่สภาพปกสวย แผ่นสวยไม่มีรอยขีดข่วน ไม่มีเสียงกร๊อบแกร๊บ)

First Issue (Original Issue)

1St Press หรือ First Issue หรือ Original Issue ก็คือ แผ่นเสียงที่ผลิตหรือปั๊มออกมารุ่นแรก
โดยทั่วไปศิลปินเจ้าของผลงานจะให้ความใส่ใจในขั้นตอนทำ Master, การทดสอบแผ่น Test Press และอื่นๆ
ของการผลิตแผ่นเสียงรุ่นแรกเป็นพิเศษ
เรียกว่าใส่ใจทุกรายละเอียดทุกขั้นตอน และยิ่งถ้าเป็นแผ่นที่ใช้ Promote หรือที่เรียกแผ่น “Promo”
ที่จะต้องส่งไปให้นักวิจารณ์ หรือ DJ ต่างๆ แล้ว ก็ยิ่งต้องพิถีพิถันกันสุดๆ ครับ
อีกทั้ง Mastering Engineer ที่ทำหน้าที่ตัดแผ่นก็จะเป็นระดับ Professional ไม่ใช่มือรอง
ดังนั้นแผ่นเสียง 1St Press หรือ First Issue จึงสามารถถ่ายทอดเสียงเพลงและอารมณ์ความรู้สึกได้ตรงกับ
ความต้องการของ ศิลปิน เจ้าของผลงานมากที่สุด

Reissued

แต่ถ้าเป็นแผ่นที่ผลิตซ้ำรุ่นหลังๆ มา (Reissued) ส่วนมากความใส่ใจในการทดสอบรายละเอียดต่างในการทำ Master,
ความพิถีพิถันก็จะลดลง และอาจจะทำโดย Engineer มือรอง (Junior Mastering Engineer) ที่ยังมีประสบการณ์ไม่มาก

แผ่นเสียงที่ถูกผลิตขึ้นใหม่ในช่วงปี 2000s โดยเป็น Album ที่ออกมาตั้งแต่ช่วงปี 60s-80s
ซึ่งต้องใช้ Master Tape ที่เก็บมานานนับสิบๆ ปี คุณภาพของสัญญาณบนแถบแม่เหล็กก็จะลดน้อยถอยลงตามกาลเวลา
จะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับการเก็บรักษา
ลองนึกถึงเทปเพลงที่เราเก็บไว้ พอนานๆ หยิบมาฟัง ปรากฎว่า ยืดซะแล้ว! หรืออาจเกิดปรากฏการณ์ย้ายที่ของสัญญาณแม่เหล็กที่เรียกว่า
"เทปไหล" ซึ่งนักเล่นเทป Open Reel เจอกัน
ดังนั้นแผ่นที่ผลิตออกมาในยุคหลัง โดยใช้ Master Tape ที่เก็บไว้นานๆ จึงอาจต้องถูกนำมา Remaster ใหม่! ด้วยกระบวนการ Digital
เพื่อแก้ปัญหาคุณภาพของสัญญาณบนแถบแม่เหล็กที่เปลี่ยนไปนั่นเอง
ยิ่งไปกว่านั้นการผลิตแผ่นเสียงในรุ่นนี้ออกมาส่วนมากใช้เครื่องจักรที่ถูกเลิกใช้งานมานับสิบปี และโดยช่างใหม่ที่ขาดประสบการณ์

♫ พอจะเรียงลำดับคุณภาพเสียงจากดีที่สุด จนถึงแผ่นธรรมดา ได้คร่าวๆ ดังนี้ครับ
Test Press > White Label Promo > Promo Stamped > 1St Press > Reissued

แผ่นเสียงของทางร้านเกือบทั้งหมด เป็นแผ่นที่ผลิตขึ้นในช่วง 60s-70s และนำเข้าจาก USA.
สนใจลองเลือกชม..เลือกซื้อได้ที่ musicartcd.com
โดยเฉพาะในหมวดแผ่น “Superior Sound”

การเก็บรักษาแผ่นเสียง

ควรเก็บไว้ในห้องที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 24 องศาเซลเซียส ไม่ชื้น วางแผ่นเสียงในแนวตั้งตรงและเบียดกันเพื่อให้มีแรงบีบระหว่างแผ่นเล็กน้อยและสม่ำเสมอ
แสงแดด อุณหภูมิสูง และการวางที่ไม่ถูกต้องจะทำให้แผ่นเสียงงอได้

น้ำหนักของแผ่นเสียง และส่วนผสมทางเคมี

  • แผ่นเสียงที่ผลิตขึ้นในช่วงปี 1950 ถึง 1960 จะมีนำ้หนัก 150 ถึง 160 แกรม
  • แผ่นเสียงที่ผลิตขึ้นในช่วงปี 1970 ถึง 1980 จะมีนำ้หนัก 110 ถึง 130 แกรม


แต่บางแผ่นที่ผลิตขึ้นในปี 1970 ก็มีน้ำหนักเพียง 100 แกรม เช่นแผ่นของ "RCA’s DynaflexTM series"
ในปัจจุบันผู้ผลิตเริ่มหันกลับมาผลิตแผ่นเสียงที่มีน้ำหนักมากอีก คือ 150 และ 180 แกรม บางแผ่นสูงถึง 200 แกรม

ส่วนผสมทางเคมีของแผ่นเสียงก็จะแตกต่างกันไป โดยทั่วไปจะไม่ใช่ Vinyl บริสุทธิ์ แต่จะถูกผสมด้วยสารเคมีบางอย่างเพื่อลดต้นทุนในการแลิต

แผ่นเสียง 1St Press ดียังไง?

1St Press Record

1St Press หรือ First Issue หรือ Original Issue ก็คือแผ่นเสียงที่ผลิตหรือปั๊มออกมารุ่นแรก

โดยทั่วไปศิลปินเจ้าของผลงานจะให้ความใส่ใจในขั้นตอนทำ Master, การทดสอบ Test Press และอื่นๆ ของการผลิตแผ่นเสียงรุ่นแรกเป็นพิเศษ เรียกว่าใส่ใจทุกรายละเอียดทุกขั้นตอน และยิ่งถ้าเป็นแผ่นที่ใช้ Promote หรือที่เรียกแผ่น “Promo” ที่จะต้องส่งไปให้นักวิจารณ์ หรือ DJ ต่างๆ แล้ว ก็ยิ่งต้องพิถีพิถันกันสุดๆ ครับ

แต่ถ้าเป็นแผ่นที่ผลิตซ้ำรุ่นหลังๆ มา (Reissued) ก็อาจจะทำโดย Engineer มือรอง (Junior Mastering Engineer) และแน่นอนครับความใส่ใจความพิถีพิถันก็อาจจะลดลง

ยิ่งกว่านั้นถ้าผลิตจาก Master Tape ที่เก็บไว้นานๆ นับสิบปี คุณภาพของสัญญาณบนแถบแม่เหล็กก็จะลดน้อยถอยลงตามกาลเวลา จะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับการเก็บรักษา ลองนึกถึงเทปเพลงที่เราเก็บไว้ พอนานๆ หยิบมาฟัง ปรากฎว่า ยืดซะแล้ว! หรืออาจเกิดปรากฏการณ์ย้ายที่ของสัญญาณแม่เหล็กที่เรียกว่า "เทปไหล" ซึ่งนักเล่นเทป Open Reel เจอกัน

ดังนั้นแผ่นที่ผลิตออกมาในยุคหลัง โดยใช้ Master Tape ที่เก็บไว้นานๆ  จึงต้องถูกนำมา Remaster ใหม่! ก็เพื่อแก้ปัญหาคุณภาพของสัญญาณบนแถบแม่เหล็กที่เปลี่ยนไปนั่นเอง

พอจะเรียงลำดับคุณภาพเสียงจากดีที่สุด จนถึงแผ่นธรรมดา ได้คร่าวๆ ดังนี้ครับ
Test Press > White Label Promo > Promo Stamped > 1St Press > Reissued

(ขอขอบคุณ website เจ้าของภาพครับ)

อักษรย่อบน Deadwax (Matrix / Runout)

Deadwax (Matrix / Runout)

อักษรย่อบน Deadwax จะบ่งบอกถึง
ชื่อของ Mastering Studio และ Cutting Engineer ที่ทำ Master แผ่นนั้น
ตัวอย่าง Mastering Studio และ Engineer ที่มีชื่อเสียงได้แก่

Mastering Studio

Cutting Engineer

  • Az : Allen Zentz
  • BG : Bernie Grundman
  • Bilbo : Dennis Blackham
  • BK : Bill Kipper
  • Doug : Doug Sax
  • Gene : Gene Thompson
  • GK : Gilbert Kong
  • GP : George Piros
  • HW : Howie Weinberg
  • JG : John Golden
  • KP : Ken Perry
  • LH : Lee Hulko
  • PECKO : George Peckham
  • Porky : George Peckham
  • Pecko : George Peckham
  • RJ : Ray Janos
  • RL : Robert Ludwig
  • Sf : Sam Feldman
  • SR or SR2 or SR/2 : Stan Ricker
  • SH : Steve Hall
  • TJ : Ted Jensen
  • VANGELDER : Rudy Van Gelder
  • Wally or Wly : Wally Traugott

อ่านข้อมูลเพิ่มได้จาก : http://www.audiokarma.org

แผ่นเสียง Quiex II, KM Audiophile

Quiex II, KM Audiophile

Translucent Audiophile Vinyl


บางบริษัทก็เรียกว่า Quiex II หรือบางบริษัทก็เรียก KM Audiophile : KC 569 Blend Premium Virgin Vinyl

คือชนิดของ Vinyl ที่มีความบริสุทธิ์สูง เมื่อนำมาใช้ผลิตแผ่นเสียง จะมี Background Noise ที่ตำ่กว่า Vinyl ทั่วไป ทำให้มีความเงียบสงัดระหว่างโน๊ตมากขึ้น สามารถรับฟังรายละเอียดของเสียงได้ดีขึ้น เท่าที่ผมค้นเจอข้อมูล Mobile Fidelity Sound Lab (MFSL) เริ่มใช้เป็นรายแรกในปี 1977 แผ่นของ Sheffield Lab ส่วนใหญ่ก็จะใช้แบบนี้เช่นกัน

ถ้าเปรียบกับภาพถ่ายก็ จะเป็นภาพที่ถ่ายในสภาพอากาศที่สดใส ไม่มีหมอกควัน หรือฝุ่นละอองในอากาศ เราก็จะเห็นรายละเอียดของภาพนั้นได้อย่างชัดเจน เห็นสีสันแต่ละสีได้อย่างถูกต้องเต็มอิ่ม แตกต่างจากภาพที่ถ่ายในสภาพอากาศที่มีหมอกควัน หรือฝุ่นละออง เราก็จะเห็นภาพมัวๆ ไม่ค่อยชัดเจน

ฝุ่นละอองในอากาศก็เปรียบได้กับ Background Noise ในแผ่นเสียง ซึ่งเกิดจากความไม่บริสุทธิ์ของ Vinyl และสาร Carbon Black ที่มีอยู่ในแผ่นเสียงทั่วไป แตกต่างจาก Translucent Audiophile Vinyl ที่มีความบริสุทธิ์ของ Vinyl มากกว่า และใช้ Dye แทนสาร Carbon Black

ฟังดูแล้วเหมือนไม่ค่อยมีเหตุผล ความโปร่งกับไม่โปร่งใสของตัวแผ่นเสียง มันก็แค่รูปลักษณ์ภายนอก มันจะเกี่ยวกับเสียงได้ยังไง!

เรื่องนี้ผมเคยคุยกับคุณโจโปสเตอร์โดยบังเอิญ แกเล่าถึงแผ่นเสียง album หนึ่งที่ทำออกมา 2 เวอร์ชั่น คือแบบแผ่นดำทั่วๆ ไป กับแบบแผ่นสีขาว แกบอกว่าแผ่นสีขาวให้เสียงต่างจากแผ่นดำ ไปในแนวอะไรซักอย่าง (ผมจำไม่ได้แล้ว) ตอนนั้นผมก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก ยังคิดเองอยู่ในใจว่า จะเป็นไปได้ยังไง!

คำตอบน่าจะมาจากเนื้อ Vinyl ที่บริสุทธิมากๆ จะมีโครงสร้างที่แข็งแรงกว่า จึงสามารถคงรูปร่างคลื่นเสียงที่ถูกถ่ายทอดจากแม่พิมพ์โลหะได้ละเอียด แม่นยำ และคงทนกว่า Vinyl ทั่วไปนั่นเองครับ

Translucent-1

วิธีสังเกตุแผ่นเสียงแบบนี้ทำได้โดยยกแผ่นเส่องกับหลอดไฟที่สว่างมากๆ จะสามารถเห็นแสงจากหลอดไฟส่องผ่านมาได้รางๆ


©สงวนลิขสิทธิ์ 2563 Music Art CD |  info@musicartcd.com  | Line ID: @musicart